เครื่องจะไม่ช้าถ้าจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิส

ประเภทบล็อค: Windows XP |


เบิร์ด เป็นพนักงานรุ่นน้องแผนกกราฟิคในบริษัทที่ผมทำงานอยู่ เค้าเป็นอีกคนที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงไม่แปลกที่เค้าจะออกอาการคลุ้มคลั่งทุกครั้งที่คอมพิวเตอร์ตัวโปรดมี ปัญหา และวันนี้เช่นกัน…

เบิร์ด     : “พี่ครับ!!! ไมคอมพ์ผมไม่เห็นเร็วเหมือนตอนลงวินโดว์ใหม่ๆเลยอ่ะพี่” (ตกใจ มายืนข้างโต๊ะเราตอนไหนหว่า ทำคิ้วขมวดซะด้วย น่ากลัว น่ากลัว)

ผม       : “แล้วคอมพ์คุณน้องเบิร์ดลงวินโดว์มานานล๊ะยังอ่ะครับ”

เบิร์ด     : “อืม….(ทำท่าเหมือนนึกนาน) ก็ประมาณสองเดือนได้แล้วมั้งพี่”

ผม       : “คอมพ์อืดขนาดทำงานไม่ได้เลยเหรอครับ” (ผมถามอาการต่อ)

เบิร์ด     : “ทำงานก็พอไหวอ่ะครับพี่ แต่มันเร็วไม่ทันใจเหมือนเมื่อก่อน  เมื่อก่อนนะ พอผมคลิกปุ่มปุ๊บโปรแกรมก็เปิดปั๊บเลย ไม่เห็นต้องรออ่ะครับพี่”

ผม       : “เหรอครับ แล้วเครื่องคอมพ์ของเบิร์ดติดตั้งโปรแกรมลงไปเยอะไหมล่ะครับ”

เบิร์ด     : “ก็ไม่กี่โปรแกรมหรอกพี่แค่พอใช้งาน ซัก20โปรแกรมได้มั้ง ไม่รวมวินโดว์นะ”

ผม       : “20โปรแกรมเหรอ  อืม…ก็ไม่เยอะหนิ  เอ แล้วเปิดคอมพ์ใช้งานบ่อยรึป่าวครับ”

เบิร์ด     : “โห ก็แน่ล่ะพี่ ถามได้ ของทำมาหากิน ผมต้องใช้บ่อยแถมบางทีก็เปิดเครื่องนานๆด้วยนะ เซฟโน่นลบนี่อยู่อย่างเงี้ย ประจำ”

ผม       : “เหรอครับ พี่ว่าไม่ล่ะมั้ง ที่เปิดเครื่องนานๆอ่ะ เราว่านายเล่นเกมส์มากกว่า” (แซวขำขำ แต่ผมไม่ขำ)

เบิร์ด     : “เหอ เหอ เหอ แหมพี่ ก็คนมันเครียดง่ะ ซะนิดส์นึง”

ผม       : “ใช้คอมพ์บ่อยๆแบบนี้เคยจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดิสบ้างรึป่าวครับ”

เบิร์ด     : “จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิส?  อะไรอ่ะพี่  จัดเรียงทำไมอ่ะ งง?”

ผม       : “อ่า แสดงว่าไม่เคย เอาล่ะ งั้นพี่จะเล่าให้ฟังครับ”

……..


การจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสหรือดีแฟลคเม้นท์(Defragment)


อย่าง ที่ทราบกันดีครับว่าฮาร์ดดิสเป็นอุปกรณ์ที่มีไว้เก็บไฟล์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นไฟล์โปรแกรมวินโดว์ ไฟล์โปรแกรมใช้งาน ไฟล์เกมส์คอมพิวเตอร์ ไฟล์งาน ไฟล์รูปภาพ ไฟล์คลิปวีดีโอ ไฟล์เพลง ฯลฯ(อีกเพียบครับ) ถ้าฮาร์ดดิสใครมีความจุเยอะก็จะสามารถติดตั้งโปรแกรมหรือเก็บข้อมูลได้เยอะ ฮาร์ดดิสใครมีความจุน้อยก็เป็นต้องหาเรื่องเสียตังค์อัพเกรดกัน  และเป็นที่น่ายินดีครับว่าปัจจุบันฮาร์ดดิสมีราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก  ผมเคยเห็นเพื่อนผมบางคนซื้อฮาร์ดดิสขนาดความจุมากๆมาใส่ไว้ในเครื่องแต่ก็ ไม่รู้จะเอาไปเก็บอะไร มีไว้ก่อนเป็นอุ่นใจ ก็แน่ล่ะครับจ่ายตังค์น้อยแต่ได้ความจุเยอะใครๆก็ชอบทั้งนั้น ใช่ไหมครับ

ตอน ติดตั้งวินโดว์ใหม่ๆเคยสังเกตไหมครับว่าคอมพิวเตอร์ของเราทำงานเร็ว ปรู๊ดปร๊าด แต่พอใช้ไปนานๆ ไฉนมันกลับช้าลงๆเรื่อยๆ จะว่าไปแล้วอาการคอมพิวเตอร์ช้านั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุนะครับ และสาเหตุหนึ่งของการทำงานช้าก็คืองฮาร์ดดิสนั่นเอง  และต้นเหตุของปัญหาฮาร์ดดิสทำงานช้าก็คือข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสของเรา นั่นเองครับ



ตอน ติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ ข้อมูลในฮาร์ดดิสได้ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบทำให้หัวอ่านอ่านข้อมูลได้ ง่าย  คอมพิวเตอร์ของเราจึงทำงานค่อนข้างเร็วครับ  แต่พอนานวันเข้าเมื่อเราได้มีใช้งานเครื่อง ติดตั้งโปรแกรมมากมายเข้าไป เซฟไฟล์และลบไฟล์บ่อยๆ ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก็จะเกิดการจัดเรียงข้อมูลอย่างไม่เป็นระเบียบและ การกระจัดกระจายไปยังส่วนต่างๆในฮาร์ดิส  ทำให้หัวอ่านของฮาร์ดิสทำงานลำบากและอ่านข้อมูลได้ช้าลง แน่นอนครับจะทำให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานช้าตามไปด้วย  วิธีป้องกันและแก้ปัญหาก็คือ เราจำเป็นต้องหมั่นจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสของเราครับ

ได้ ทราบอย่างนี้แล้วบางท่านอาจจะสงสัยว่า  เอ แล้วเราต้องจัดเรียงบ่อยแค่ไหน ตรงนี้กูรูด้านไอทีหลายท่านพูดถึงความถี่ในการจัดเรียงข้อมูลฮาร์ดดิสไม่ ค่อยตรงกันซะเท่าไร บางท่านบอกว่าขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ถ้าใช้คอมพิวเตอร์บ่อยๆก็ควรจะทำทุกวัน และถ้าไม่ค่อยได้ใช้คอมพ์ก็ไม่ต้องจัดเรียงบ่อยๆก็ได้  บางท่านก็บอกว่าวันล่ะครั้ง สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้ง คือระบุเวลากันไปเลย สำหรับผมผมเห็นว่าการจัดเรียงข้อมูลนั้นน่าจะทำสักสัปดาห์ละครั้งกำลังดี ครับ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเราใช้คอมพ์บ่อยหรือไม่  เอาล่ะที่นี้เราก็มาดูวิธีการจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสกันเลยดีกว่าครับ


วิธีการจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิส


1. คลิกที่ Start –> All Programs –> System Tools –> Disk Defragmenter



2. เลือกไดรฟ์ c: (ถ้ามีมากกว่า 1 ไดรฟ์เช่นไดรฟ์ d:) ก็ควรจะจัดเรียงทุกไดรฟ์





3. ถึงขั้นตอนนี้ให้เรารอครับ ใครมีข้อมูลในฮาร์ดดิสเยอะก็ต้องรอนานหน่อยนะครับ(ใจเย็นๆ)


4. เปรียบเทียบช่องบน(ก่อนจัดเรียง)และช่องล่าง(หลังจัดเรียง)



5. ถ้ามีหน้าจอนี้แสดงว่าเราจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสเสร็จแล้วครับ ให้คลิกที่ปุ่ม Close


แนะนำเพิ่มเติมอีกนิดครับ  เพื่อให้ใช้เวลาในการจัดเรียงข้อมูลน้อยลง(จะได้ไม่ต้องรอนาน) เราควรทำDisk CleanUp(ดูวิธีการ คลิกที่นี่ครับ ) ก่อนทุกครั้งครับ


Orange Smallfish : ปลาตัวเล็กสีส้ม

อย่าปล่อยให้พื้นที่ในฮาร์ดดิสหายไปโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์

ประเภทบล็อค: Windows XP |


2-3 วันก่อน เพื่อนพนักงานของผมโทรศัพท์มาแจ้งว่า ตอนนี้ฮาร์ดดิสในคอมพิวเตอร์ใกล้จะเต็มแล้ว กลัวว่าจะไม่มีพื้นที่ไว้เก็บไฟล์งาน และยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยครับว่า พอพื้นที่ในฮาร์ดดิสน้อยลง รู้สึกเหมือนคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงกว่าแต่ก่อนมาก จึงอยากให้ตรวจสอบดูหน่อยว่าจะสามารถแก้ไขได้อย่างไรบ้าง หรือหากจำเป็นต้องลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วบางไฟล์ออกไปจากเครื่องก็ยินดี ยังบอกอีกนะครับว่า ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็จะยอมให้เอา mp3 เพลงโปรดออกไปจากเครื่องด้วยก็ได้ ฟังดูแล้วน่าสงสารจังครับ :-P

อ่อ ลืมบอกไปครับ พนักงานที่บริษัทผมเค้าหวงไฟล์เพลงมากพอๆ กับไฟล์งานเลยนะ ถ้าใครจะมาลบโดยพลการ เป็นต้องมีเหนื่อยแน่ (นึกถึงพนักงานแผนกบัญชีแล้วขนลุกครับ อึ๋ยส์..)


โดยปกติพื้นในฮาร์ดดิสของเราถูกใช้ในการจัดเก็บไฟล์ไว้หลายประเภทครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์โปรแกรมระบบปฏิบัติการ (Windows) ไฟล์โปรแกรมทำงาน(เช่น โปรแกรมMS-Word MS-Exel) ไฟล์เกมส์ ไฟล์งาน (เช่น รูปภาพ ไฟล์เอกสาร Word หรือ Exel) ไฟล์เพลง mp3 ฯลฯ ซึ่งไฟล์เหล่านี้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในฮาร์ดดิสของเราครับ แน่นอนครับ ยิ่งเราติดตั้งโปรแกรมลงไปในคอมพิวเตอร์มากเท่าไร เราก็จะยิ่งเสียพื้นในฮาร์ดดิสไปเรื่อยๆ อันนี้ยังไม่นับไฟล์งาน ไฟล์รูปภาพและไฟล์เพลงè ต่างๆ ที่ได้บอกไปแล้วนะครับ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถตรวจสอบขนาดพื้นที่ของฮาร์ดดิสในเครื่องของเราได้ด้วยวิธีการดังนี้ครับ


1. ดับเบิ้ลคลิกที่ My Computer

2. คลิกเมาส์ขวาที่ไดรฟ์ c: หรือ d: (เป็นไดรฟ์ของฮาร์ดดิสที่ใช้เก็บข้อมูล) แล้วคลิก(ซ้าย)ที่เมนู Properties ดังรูป

3. สีน้ำเงินคือพื้นที่ที่ถูกใช้ไป ส่วนสีชมพูคือพื้นที่ที่ว่างอยู่ครับ


หลักการมีอยู่ว่า เพื่อนๆจำเป็นต้องเหลือพื้นที่สีชมพูไว้อย่างน้อย10% ของฮาร์ดดิสครับ ไม่งั้นเครื่องจะทำงานช้าลง ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องลบไฟล์หรือโปรแกรมออกจากเครื่องไปบ้าง(ถึงตอนนี้หลายคนเริ่มเศร้า) แต่ก่อนที่จะลบข้อมูลดังกล่าว ผมขอแนะนำให้ลบ “ไฟล์ขยะ” ออกไปก่อน


ไฟล์ขยะ คืออะไร

ไฟล์ขยะคือ ไฟล์ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไฟล์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการทำงานของโปรแกรมวินโดว์è วินโดวส์ หรืออาจเกิดจากการเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโปรแกรม Intenet Explorer และยังรวมไปถึงไฟล์ที่เราลบไปไว้ในถังขยะ (Recycle Bin) อีกด้วย แน่นอนครับไฟล์ขยะเหล่าไม่มีประโยชน์ ยิ่งนานวันมันก็จะทำให้ฮาร์ดดิสเต็มครับ ว่าแล้วก็มาลบไฟล์ขยะกันเลยดีกว่า เราเรียกวิธีการลบไฟล์ขยะนี้ว่า “Disk Cleanup” ครับ ไม่แน่นะครับบางทีการทำ Disk Cleanup อาจทำให้เราได้พื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสคืนกลับมา โดยที่ไม่ต้องไปลบโปรแกรมหรือไฟล์งานเลยก็ได้ ขั้นตอนการทำDisk Cleanupมีดังนี้ครับ


1. คลิกที่ปุ่ม Start แล้วไปที่เมนู All Programs Accessories System Tools คลิกที่เมนู Disk Cleanup ดังรูปครับ

2. คลิกเลือกไดรฟ์ c: จากนั้นคลิกปุ่ม OK

3. ถึงตรงนี้ให้รอสักครู่ครับ (เพื่อนๆคนไหนที่ไม่ได้ทำDisk Cleanupมาก่อน อาจต้องรอนานหน่อยนะ แต่ก็ขอให้อดทนรอครับ)

4. ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการลบแล้วล่ะครับ ให้คลิกปุ่ม OK

5. คลิกปุ่ม Yes เพื่อยืนยัน


6. แสดงสถานะการลบไฟล์ขยะให้รอสักครู่จนกว่าหน้าต่างนี้จะหายไปครับ


หลังจากเสร็จสิ้นทั้ง 6 ขั้นตอนนี้แล้ว ให้ลองกลับไปตรวจสอบขนาดพื้นที่ของฮาร์ดดิสดูอีกครั้งตามที่ผมได้แนะนำไว้เมื่อตอนต้นของบทความ เชื่อว่าน่าจะได้พื้นที่ว่างกลับมาอีกพอสมควรเลยล่ะครับ พื้นที่ว่างที่ได้กลับมาอาจทำให้บางคนไม่ต้องไปลบโปรแกรมหรือไฟล์งานในเครื่อง (รวมทั้งไฟล์เพลงด้วย) โดยเฉพาะกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์บางท่านที่ไม่เคยทำ Disk Cleanup มาก่อน ก็จะได้พื้นที่ว่างกลับมาเยอะจนเราคาดไม่ถึงทีเดียวครับ

และแล้วก็มาถึงท้ายรายการครับ ในตอนหน้านายส้มปลาน้อยจะมาเล่าเรื่อง การจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิส หรือ Defragmentation ซึ่งมีประโยชน์คือ… ให้ฟังนะครับ


ขอสวัสดีทุกท่านครับ

Orange Small Fish : ปลาตัวเล็กสีส้ม

ไม่อยากฟอร์แมตเครื่องใหม่ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

ประเภทบล็อค: Windows XP |

คอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ เสียบ่อยไหมครับ?

ใน ที่ทำงานของผมมีคอมพิวเตอร์ที่แผนกไอทีต้องแก้ไขปัญหากันทุกวัน  วันไหนไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ซ่อม ก็จะรู้สึกแปลกๆ ครับ (เหมือนตำแหน่งหน้าที่การงานสั่นคลอนยังไงไม่ทราบ ฮา ) โดยปกติแล้วปัญหาที่เกิดกับคอมพิวเตอร์ของเรามักมาจาก 3 สาเหตุหลักด้วยกันครับ สาเหตแรกเกิดจากโปรแกรมหรือซอฟท์แวร์ เช่น วินโดว์เสีย โปรแกรมเปิดไม่ขึ้น สาเหตุที่สองเกิดจากอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์เสีย เช่น คีย์บอร์ดเสีย เมาส์เสีย จอเสีย และสาเหตุสุดท้ายก็คือเกิดจากตัวผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์นั่นเองครับ  อย่างที่สามนี่เราแก้กันได้ไม่ยาก แค่หมั่นใช้หมั่นอ่านขยันเล่นคอมพิวเตอร์ เดี๋ยวเราก็เก่งเองครับ

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจจะเคยท้อบ้างในเวลาที่คอมพิวเตอร์ของเราเสีย ยังไงก็อย่าเพิ่งเลิกใช้มันนะครับ หากเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว ผมว่าคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ และอีกประการหนึ่งก็คือไม่ว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะเก่งขนาดไหนทุกคนก็ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องเจอะเจอกับปัญหา ยิ่งเราเจอปัญหามากเท่าไร เราก็ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆครับ วันนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้ วันหน้าเราก็จะแก้ไขมันได้แน่นอน เอาใจช่วยนะครับ


อย่างที่เรียนให้ทราบว่าปัญหาคอมพิวเตอร์เกิดจาก 3 สาเหตุหลักก็คือ ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และผู้ใช้งาน  สำหรับคนซ่อมคอมพ์แล้วสาเหตุที่มักจะเจอบ่อยที่สุดก็คือ โปรแกรมวินโดว์เสียครับ ปัญหาโปรแกรมวินโดว์เสียมีตั้งแต่ปัญหาเล็กๆ เช่น ไอคอนหาย ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ อย่างวินโดว์เสียจนใช้งานไม่ได้เลยล่ะครับ  เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นมือใหม่ใช้คอมพ์ การฟอร์แมตเครื่องลงวินโดว์ใหม่ ถือเป็นเรื่องใหญ่โตมากเพราะขั้นตอนแสนจะยุ่งยาก ยังโชคดีผมพอจะมีเพื่อนที่พอมีความรู้ที่จะฟอร์แมตติดตั้งโปรแกรมวินโดว์ได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องเสียตังค์ไปหลายเลยล่ะครับ  เพราะสมัยก่อนเค้าเล่นเก็บตังค์ค่าลงโปรแกรมวินโดว์ครั้งละตั้ง 1,000 บาท พอเครื่องเสียทีก็เหงื่อตกเลยล่ะ  แม้ว่าทุกวันนี้ค่าติดตั้งโปรแกรมจะอยู่ที่หลักร้อย ผมก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากให้คอมพิวเตอร์ของตัวเองเสียใช่ไหมครับ เพราะส่งซ่อมหลายครั้งก็เสียตังค์ไม่น้อยเหมือนกันนะ

ที่มา ของปัญหาโปรแกรมวินโดว์เสียก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความอยากรู้ อยากเห็นและอยากจะเก่ง นักเล่นคอมพิวเตอร์หลายๆ คนมักมีคุณสมบัติเด่นเฉพาะที่คล้ายกันคือ มือใหม่ใจมันส์ใครบอกโปรแกรมนั้นดเกมส์ นั้นเล่นสนุกก็เป็นต้องเอามาติดตั้ง เล่นได้มั่งไม่ได้มั่งก็ไม่เป็นไรแค่ขอให้ได้ลองก็พอใจครับ (อันนี้เป็นกันทุกคนจริงๆ นะ) ที่สุด ผลของการชอบลองของก็เกิดเหตุจนได้ครับ เมื่อคอมพิวเตอร์เจ้ากรรมทำงานอืดเหมือนเต่าคลาน โปรแกรมทั้งหมดในเครื่องเริ่มที่จะทำงานกันแบบสโลว์โมชั่น เปิดโปรแกรมอะไรขึ้นมาก็ต้องรอจนใจแทบขาด สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องฟอร์แมตล้างเครื่องใหม่ (โอย เอาอีกแล้ว)

วันนี้ผมมีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาเล่าให้เพื่อนๆฟังครับ แต่ เอ จะเรียกว่าเป็นการแก้ไขก็ไม่เชิงหรอกครับ ต้องเรียกว่าเป็นการป้องกันปัญหาดีกว่า หลักการมีอยู่ว่า ตอนที่โปรแกรมวินโดว์ในคอมพิวเตอร์ของเรายังใช้งานได้ดี ก็ให้เราบันทึกค่าเก็บเอาไว้  ในวันข้างหน้าหากโปรแกรมวินโดว์เกิดรวนขึ้นมาเราก็สามารถที่จะย้อนกลับไป ณ วันที่เราบันทึกค่าเอาไว้ได้ครับ แน่นอนครับเครื่องเราก็จะกลับมาทำงานได้เหมือนตอนที่เราบันทึกเอาไว้นั่นเอง เราเรียกวิธีการบันทึกค่าแบบนี้ว่า System Restore Point ครับ (ว่าแล้วก็ต้องขออภัยสำหรับเพื่อนๆที่ใช้งานโปรแกรมSystem Restoreเป็นอยู่ก่อนแล้วด้วยนะครับ ไม่เจตนาจะเอามะพร้าวมาขายสวนนะคร้าบ)

วิธีใช้งาน

วิธีการทีดังนี้ครับ

1. บันทึกวันที่โปรแกรมวินโดว์ยังไม่เสีย

1.) คลิกที่ปุ่ม Start > Programs > Accessories > System Tools > System Restore ดังรูป

2.) คลิกเลือก Create a retore point. และคลิกปุ่ม Next

3.) ตั้งชื่อ(อะไรก็ได้)

4.) เมื่อตั้งชื่อเรียบร้อยแล้วคลิกปุ่ม Create

5.) จะแสดงวันเวลาที่เราได้ทำการจดจำความสมบรูณ์ของเครื่องเอาไว้


6.) คลิกที่ปุ่ม Close ขั้นตอนการจดจำความสมบรูณ์ของเครื่องก็เสร็จเรียบร้อยครับ

2. ย้อนกลับไปยังวันที่เราบันทึกไว้

เมื่อถึงวันที่โปรแกรมวินโดว์เรารวนรวนขึ้นมา ก็สามารถที่จะย้อนไปยังวันที่เราตั้งค่าเอาไว้ได้ครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.) คลิกที่ปุ่ม Start > Programs > Accessories > System Tools > System Restore

2.) คลิกเลือกที่ Restore my computer to an earlier time ดังรูป เสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Next ครับ

3.) คลิกเลือกวันเวลาที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้ (วันที่ที่เราต้องการย้อนกลับ) และ คลิกปุ่ม Next

4.) โปรแกรมจะยืนยันการย้อนกลับไปยังวันเวลาที่เราต้องการ เรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่ม Next จากนั้นรอสัก 1 นาทีระบบกำลังย้อนกลับไปยังวันเวลาที่เราได้เลือกเอาไว้

5.) คลิกปุ่ม OK สิ้นสุดขั้นตอนการย้อนกลับไปยังวันที่เครื่องสมบรูณ์

แถมท้ายอีกนิดครับ เพื่อนๆ บางคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วเมื่อเราย้อนกลับไปยังค่าที่บันทึกเอาไว้  ไฟล์งานที่ทำจาก Word ,Exel ,PowerPoint และอื่นๆ จะหายไปด้วยรึป่าว อันนี้มั่นใจได้ครับว่า ไม่หายแน่นอน  แต่………….เพื่อความไม่ประมาทเราควรเก็บบันทึกข้อมูลของเราไว้ในไดรฟ์ อื่นที่ไม่ใช่ไดรฟ์ C: เช่น USBไดรฟ์ หรือ ไดรฟ์ d: ก็จะเป็นการดีมากครับ  ถึงตอนนี้คอมพิวเตอร์ของเราก็จะกลับมาทำงานได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง  สำหรับการทำ System Restore Point ควรทำสักสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อยหรือหากเพื่อนๆ ขยันจะทำทุกวันเลยก็ได้ไม่ผิดกติกาเพราะข้อมูลที่ย้อนกลับจะได้ไม่เก่าจนเกินไปนั่นเองครับ

ใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีความสุขนะครับ

Orange Small Fish

Creative Commons License
This blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org theme by bozzeny downloaded from wordpress themes