ไม่อยากฟอร์แมตเครื่องใหม่ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า

ประเภทบล็อค: Windows XP |

คอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ เสียบ่อยไหมครับ?

ใน ที่ทำงานของผมมีคอมพิวเตอร์ที่แผนกไอทีต้องแก้ไขปัญหากันทุกวัน  วันไหนไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ซ่อม ก็จะรู้สึกแปลกๆ ครับ (เหมือนตำแหน่งหน้าที่การงานสั่นคลอนยังไงไม่ทราบ ฮา ) โดยปกติแล้วปัญหาที่เกิดกับคอมพิวเตอร์ของเรามักมาจาก 3 สาเหตุหลักด้วยกันครับ สาเหตแรกเกิดจากโปรแกรมหรือซอฟท์แวร์ เช่น วินโดว์เสีย โปรแกรมเปิดไม่ขึ้น สาเหตุที่สองเกิดจากอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์เสีย เช่น คีย์บอร์ดเสีย เมาส์เสีย จอเสีย และสาเหตุสุดท้ายก็คือเกิดจากตัวผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์นั่นเองครับ  อย่างที่สามนี่เราแก้กันได้ไม่ยาก แค่หมั่นใช้หมั่นอ่านขยันเล่นคอมพิวเตอร์ เดี๋ยวเราก็เก่งเองครับ

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจจะเคยท้อบ้างในเวลาที่คอมพิวเตอร์ของเราเสีย ยังไงก็อย่าเพิ่งเลิกใช้มันนะครับ หากเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว ผมว่าคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ และอีกประการหนึ่งก็คือไม่ว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะเก่งขนาดไหนทุกคนก็ย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องเจอะเจอกับปัญหา ยิ่งเราเจอปัญหามากเท่าไร เราก็ยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆครับ วันนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้ วันหน้าเราก็จะแก้ไขมันได้แน่นอน เอาใจช่วยนะครับ


อย่างที่เรียนให้ทราบว่าปัญหาคอมพิวเตอร์เกิดจาก 3 สาเหตุหลักก็คือ ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และผู้ใช้งาน  สำหรับคนซ่อมคอมพ์แล้วสาเหตุที่มักจะเจอบ่อยที่สุดก็คือ โปรแกรมวินโดว์เสียครับ ปัญหาโปรแกรมวินโดว์เสียมีตั้งแต่ปัญหาเล็กๆ เช่น ไอคอนหาย ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ อย่างวินโดว์เสียจนใช้งานไม่ได้เลยล่ะครับ  เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นมือใหม่ใช้คอมพ์ การฟอร์แมตเครื่องลงวินโดว์ใหม่ ถือเป็นเรื่องใหญ่โตมากเพราะขั้นตอนแสนจะยุ่งยาก ยังโชคดีผมพอจะมีเพื่อนที่พอมีความรู้ที่จะฟอร์แมตติดตั้งโปรแกรมวินโดว์ได้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องเสียตังค์ไปหลายเลยล่ะครับ  เพราะสมัยก่อนเค้าเล่นเก็บตังค์ค่าลงโปรแกรมวินโดว์ครั้งละตั้ง 1,000 บาท พอเครื่องเสียทีก็เหงื่อตกเลยล่ะ  แม้ว่าทุกวันนี้ค่าติดตั้งโปรแกรมจะอยู่ที่หลักร้อย ผมก็คิดว่าคงไม่มีใครอยากให้คอมพิวเตอร์ของตัวเองเสียใช่ไหมครับ เพราะส่งซ่อมหลายครั้งก็เสียตังค์ไม่น้อยเหมือนกันนะ

ที่มา ของปัญหาโปรแกรมวินโดว์เสียก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของความอยากรู้ อยากเห็นและอยากจะเก่ง นักเล่นคอมพิวเตอร์หลายๆ คนมักมีคุณสมบัติเด่นเฉพาะที่คล้ายกันคือ มือใหม่ใจมันส์ใครบอกโปรแกรมนั้นดเกมส์ นั้นเล่นสนุกก็เป็นต้องเอามาติดตั้ง เล่นได้มั่งไม่ได้มั่งก็ไม่เป็นไรแค่ขอให้ได้ลองก็พอใจครับ (อันนี้เป็นกันทุกคนจริงๆ นะ) ที่สุด ผลของการชอบลองของก็เกิดเหตุจนได้ครับ เมื่อคอมพิวเตอร์เจ้ากรรมทำงานอืดเหมือนเต่าคลาน โปรแกรมทั้งหมดในเครื่องเริ่มที่จะทำงานกันแบบสโลว์โมชั่น เปิดโปรแกรมอะไรขึ้นมาก็ต้องรอจนใจแทบขาด สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องฟอร์แมตล้างเครื่องใหม่ (โอย เอาอีกแล้ว)

วันนี้ผมมีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาเล่าให้เพื่อนๆฟังครับ แต่ เอ จะเรียกว่าเป็นการแก้ไขก็ไม่เชิงหรอกครับ ต้องเรียกว่าเป็นการป้องกันปัญหาดีกว่า หลักการมีอยู่ว่า ตอนที่โปรแกรมวินโดว์ในคอมพิวเตอร์ของเรายังใช้งานได้ดี ก็ให้เราบันทึกค่าเก็บเอาไว้  ในวันข้างหน้าหากโปรแกรมวินโดว์เกิดรวนขึ้นมาเราก็สามารถที่จะย้อนกลับไป ณ วันที่เราบันทึกค่าเอาไว้ได้ครับ แน่นอนครับเครื่องเราก็จะกลับมาทำงานได้เหมือนตอนที่เราบันทึกเอาไว้นั่นเอง เราเรียกวิธีการบันทึกค่าแบบนี้ว่า System Restore Point ครับ (ว่าแล้วก็ต้องขออภัยสำหรับเพื่อนๆที่ใช้งานโปรแกรมSystem Restoreเป็นอยู่ก่อนแล้วด้วยนะครับ ไม่เจตนาจะเอามะพร้าวมาขายสวนนะคร้าบ)

วิธีใช้งาน

วิธีการทีดังนี้ครับ

1. บันทึกวันที่โปรแกรมวินโดว์ยังไม่เสีย

1.) คลิกที่ปุ่ม Start > Programs > Accessories > System Tools > System Restore ดังรูป

2.) คลิกเลือก Create a retore point. และคลิกปุ่ม Next

3.) ตั้งชื่อ(อะไรก็ได้)

4.) เมื่อตั้งชื่อเรียบร้อยแล้วคลิกปุ่ม Create

5.) จะแสดงวันเวลาที่เราได้ทำการจดจำความสมบรูณ์ของเครื่องเอาไว้


6.) คลิกที่ปุ่ม Close ขั้นตอนการจดจำความสมบรูณ์ของเครื่องก็เสร็จเรียบร้อยครับ

2. ย้อนกลับไปยังวันที่เราบันทึกไว้

เมื่อถึงวันที่โปรแกรมวินโดว์เรารวนรวนขึ้นมา ก็สามารถที่จะย้อนไปยังวันที่เราตั้งค่าเอาไว้ได้ครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.) คลิกที่ปุ่ม Start > Programs > Accessories > System Tools > System Restore

2.) คลิกเลือกที่ Restore my computer to an earlier time ดังรูป เสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Next ครับ

3.) คลิกเลือกวันเวลาที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้ (วันที่ที่เราต้องการย้อนกลับ) และ คลิกปุ่ม Next

4.) โปรแกรมจะยืนยันการย้อนกลับไปยังวันเวลาที่เราต้องการ เรียบร้อยแล้วให้คลิกปุ่ม Next จากนั้นรอสัก 1 นาทีระบบกำลังย้อนกลับไปยังวันเวลาที่เราได้เลือกเอาไว้

5.) คลิกปุ่ม OK สิ้นสุดขั้นตอนการย้อนกลับไปยังวันที่เครื่องสมบรูณ์

แถมท้ายอีกนิดครับ เพื่อนๆ บางคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วเมื่อเราย้อนกลับไปยังค่าที่บันทึกเอาไว้  ไฟล์งานที่ทำจาก Word ,Exel ,PowerPoint และอื่นๆ จะหายไปด้วยรึป่าว อันนี้มั่นใจได้ครับว่า ไม่หายแน่นอน  แต่………….เพื่อความไม่ประมาทเราควรเก็บบันทึกข้อมูลของเราไว้ในไดรฟ์ อื่นที่ไม่ใช่ไดรฟ์ C: เช่น USBไดรฟ์ หรือ ไดรฟ์ d: ก็จะเป็นการดีมากครับ  ถึงตอนนี้คอมพิวเตอร์ของเราก็จะกลับมาทำงานได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง  สำหรับการทำ System Restore Point ควรทำสักสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อยหรือหากเพื่อนๆ ขยันจะทำทุกวันเลยก็ได้ไม่ผิดกติกาเพราะข้อมูลที่ย้อนกลับจะได้ไม่เก่าจนเกินไปนั่นเองครับ

ใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีความสุขนะครับ

Orange Small Fish

สวัสดี IT24×7

ประเภทบล็อค: คุยทั่วไปเกี่ยวกับ IT |

ขอกล่าวคำว่า สวัสดี กับเพื่อนๆ ที่เข้ามาชมบล็อกของผมทุกคน ปลื้มมากครับที่ได้มีบล็อกอย่างเป็นทางการเหมือนกับคนอื่นเค้าเสียที ที่ผ่านมาผมเป็นได้แค่เพียงผู้อ่าน ซึ่งก็ไม่ได้อ่านแบบขาประจำนะครับ แว๊บไปแว๊บมาเป็นครั้งเป็นคราว ถ้าบทความในบล็อคไหนดีผมก็จะComments แล้วก็จากไป ประมาณว่าได้สิ่งที่อยากแล้วก็จากไปน่ะเอง 

เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความแรกของบล็อกแห่งนี้ ผมคงไม่มีอะไรที่จะมาสาธยายให้เพื่อนๆ ฟังนอกเหนือไปจากการแนะนำตัวครับ หากเพื่อนๆคนไหนอยากจะเรียกชื่อผม ผมก็อยากให้เพื่อนๆเรียกผมว่า “orange small fish” ซึ่งหากแปลตามตัวก็จะหมายถึง ปลาตัวเล็กสีส้ม แต่ถ้าให้เพื่อนๆคนอีสานเค้าตีความหมายของชื่อนี้ เค้าก็จะนึกถึง ส้มปลาน้อย ซึ่งหมายถึงส้มปลาหรือปลาส้มที่ทำมาจากปลาตัวเล็กๆไว้กินกับข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าที่ได้รสชาติอร่อยสุดยอดครับ(ผมกินมาแล้ว) หรือหากเพื่อนๆ คนไหนอยากจะเรียกชื่อผมเป็นอย่างอื่นก็ได้นะครับไม่ผิดกติกาหรอก(แต่อย่าให้ผมได้ยินล่ะ… อิอิ ล้อเล่ง)

orange smallfish

และถ้าสงสัยว่าทำไมผมถึงได้ตั้งชื่อบล็อกแห่งนี้ว่า IT24×7 ก็คงต้องขออนุญาตชี้แจงแถลงไขกันซักนิดหน่อยครับ คำว่า IT24×7 หมายถึง ไอที 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันครับ เห็นคำแปลแล้วอย่าเพิ่งงง ขอขยายความอีกนิดละกันนะครับ เนื่องจากปัจจุบันผมทำมาหากินด้วยการเป็นพนักงานให้บริการด้านไอทีหรือที่ใครต่อใครเค้าชอบเรียกกันว่า IT Support นั่นแหละ หน้าที่ก็ไม่มีอะไรมากมายครับ แค่ต้องแก้ปัญหาไอทีทุกปัญหาที่พนักงานในบริษัทประสบ เวลางานของผมก็เหมือนกับพนักงานออฟฟิศทั่วไปคือ ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน จะมีบ้างเป็นบางครั้งที่ต้องทำงานล่วงเวลา

บ่อยครั้งที่เพื่อนพนักงานของผมโทรศัพท์มาขอบริการความรู้เพื่อแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ในเวลาหลังเลิกงานหรือในวันหยุด ผมก็ยินดีที่จะให้บริการครับ ยอมรับว่าบางครั้งผมก็ไม่สามารถรับสายได้เนื่องจากไม่สะดวก พอโทรกลับไปอีกทีก็ไม่ทันการซะแล้ว ทำเอาเช็งไปเหมือนกันครับ ความจริงก็คือ แม้ผมจะพยายามทำหน้าที่ให้ได้ดีที่สุดเพียงไร ผมก็คงไม่สามารถให้บริการแก่ใครๆได้ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเซเว่นอีเลฟเว่น บล็อค IT24×7 จึงเป็นความหวังของผมที่สานฝันให้เกิดแหล่งบริการความรู้ด้านไอทีแก่ทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง ตราบที่เท่าท่านจะสามารถเปิดอินเทอร์เน็ตเข้ามาอ่านได้ครับ

it 24 hrs

อิจฉาพนักงานกูเกิ้ล เค้ามีแผนกไอที 24 ชั่วโมงด้วยนะ

ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เขียนบทความด้านไอทีเอาไว้พอสมควรครับ ไม่ว่าจะเป็น http://www.kapook.com/msn , http://www.kapook.com/google , http://download.kapook.com และ http://computer.kapook.com เพื่อนๆ หลายคนอาจจะเคยผ่านเข้าไป แล้วเผลอไปอ่านบทความ ผมเชื่อนะครับว่าความรู้ต่างๆเหล่านั้นน่าจะพอมีประโยชน์อยู่พอสมควรครับ

ก่อนที่ผมจะเริ่มลงมือเขียนบทความในบล็อก IT24×7แห่งนี้ เมื่อวานผมได้ลองกลับไปนั่งอ่านบทความเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้เมื่อครั้งแรกๆ นั่งอ่านไปก็ขำไป รู้สึกแปลกๆ เหมือนโดนจักกะจี้ในลำคอยังไงบอกไม่ถูก ถามตัวเองหลายครั้งว่า เฮ้..นี่บทความของเราจริงๆ น่ะเหรอทั้งถ้อยคำและสำเนียงดูแปร่งๆ สะเหร่อๆ ยังไงพิกล แต่หลังจากที่ผมอ่านบทความของตัวเองจนจบ ผมกลับพบสัจธรรมสำคัญอย่างหนึ่งว่า บท ความด้านไอทีบางเรื่องนั้นมีอายุขัยสั้นนัก ศาสตร์ความรู้ด้านนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก เทคโนโลยี กฎหรือทฤษฏีการใช้งานหลายๆอย่างที่ถูกต้องในวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะผิดก็ได้ เห็นได้ชัดจากหนังสือคอมพิวเตอร์หลายเล่มที่ซื้อมากองๆ ไว้ หากเราไม่รีบอ่านไม่นานมันก็คงตกรุ่นเปลี่ยนเวอร์ชั่นไป พอหยิบเอามาอ่านอีกครั้งก็ไม่ทันการซะแล้ว หน้าจอในหนังสือก็ไม่เหมือนกันกับโปรแกรมเวอร์ชั่นปัจจุบันที่กำลังใช้ ถึงตอนนี้หนังสือคอมพิวเตอร์ราคาแพงๆ ของผมมีมูลค่าเพียงแค่กระดาษที่พร้อมขึ้นเครื่องชั่งขายของเก่า ผมคิดเลยเถิดไปว่า บทความไอทีบนเว็บไซต์ก็คงไม่ต่างกันครับ วันข้างหน้าบทความเหล่านั้นก็อาจจะกลายไปเป็นขยะบนอินเทอร์เน็ต ที่แย่กว่าก็ตรงที่มันชั่งกิโลขายไม่ได้น่ะสิ (ฮา)

old book

การที่ผมเลือกใช้บล็อกมา นำเสนอบทความของผมก็เพราะ บล็อกให้ความรู้สึกดีๆ เหมือนเขียนไดอารี่ แค่เปลี่ยนจากเรื่องราวบันทึกประจำวันเป็นความรู้และการแก้ปัญหาด้านไอที แรกๆผมกังวลเรื่องการสืบค้นข้อมูลอยู่เหมือนกัน โชคดีที่ระบบบล็อคมีวิธีสืบค้นหลายรูปแบบ ทั้งการค้นหาด้วยการใส่คำสำคัญหรือคีย์เวิร์ดในช่องค้นหา หรือสืบค้นจากแท็ก(Tag) อีกทั้งเรายังสืบค้นจากวันเวลาที่เขียนได้อีกด้วย ที่ชอบที่สุดก็คือ ผมสามารถแทรกคลิปวีดีโอหรือเพลงในเนื้อหาได้ สำคัญกว่านั้นก็คือ เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านบล็อกของผมสามารถแสดงความคิดเห็นหรือชี้แนะบทความของผมได้ด้วยครับ

ท้ายที่สุดในบทความแรกนี้ orange small fish ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนๆ ทุกคนด้วยนะครับ ผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัย ผมพร้อมที่จะรับคำชี้แนะจากเพื่อนๆ ทุกคนเสมอและตลอดไปครับ

สวัสดีครับ

oRaNgE sMaLl FiSh : ปลาตัวเล็กสีส้ม

Creative Commons License
This blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org theme by bozzeny downloaded from wordpress themes